ข้อแตกต่างผู้รับอาวัลกับผู้ค้ำประกัน
บันทึกการเรียน วันที่ 11 July 2019
หากดูมาตรา 938 กับ มาตรา 680 มีข้อแตกต่างหลักกฎหมายต่างกันคือ
1. การรับอาวัล เขียนลงในตั๋วเงินโดยเฉพาะ ด้วยคำว่า “ใช้ได้เป็นอาวัล” หรือ ข้อความอื่นๆที่มีความหมายอย่างเดียวกัน
ส่วนสัญญาค้ำประกัน ตกลงกันด้วยปากเปล่าได้ หรือไม่ต้องทำเป็นหนังสือ สัญญาค้ำประกันก็มีผลสมบูรณ์ หากแต่จะฟ้องร้องผู้ค้ำประกันให้มีความรับผิดชอบ เจ้าหนี้จะต้องมีหลักฐานเอกสาร ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน
* ฉะนั้นมูลความสมบูรณ์ของสัญญาต่างกัน
2. ผู้รับอาวัลจะต้องรับผิดในฐานะอย่างเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้นหรือพูดอีกอย่างคือ ลูกหนี้ร่วม
ส่วนสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันรับผิดในฐานะลูกหนี้ชั้นที่สอง จะใช้คำว่าลูกหนี้ร่วมไม่ได้
3. ผู้รับอาวัลเมื่อเกิดความรับผิด ต้องรับผิดต่อผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งรับตั๋วมาด้วยความสุจริต
ส่วนในสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้เพียงผู้เดียว
หากดูมาตรา 938 กับ มาตรา 680 มีข้อแตกต่างหลักกฎหมายต่างกันคือ
1. การรับอาวัล เขียนลงในตั๋วเงินโดยเฉพาะ ด้วยคำว่า “ใช้ได้เป็นอาวัล” หรือ ข้อความอื่นๆที่มีความหมายอย่างเดียวกัน
ส่วนสัญญาค้ำประกัน ตกลงกันด้วยปากเปล่าได้ หรือไม่ต้องทำเป็นหนังสือ สัญญาค้ำประกันก็มีผลสมบูรณ์ หากแต่จะฟ้องร้องผู้ค้ำประกันให้มีความรับผิดชอบ เจ้าหนี้จะต้องมีหลักฐานเอกสาร ลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน
* ฉะนั้นมูลความสมบูรณ์ของสัญญาต่างกัน
2. ผู้รับอาวัลจะต้องรับผิดในฐานะอย่างเดียวกับลูกหนี้ชั้นต้นหรือพูดอีกอย่างคือ ลูกหนี้ร่วม
ส่วนสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันรับผิดในฐานะลูกหนี้ชั้นที่สอง จะใช้คำว่าลูกหนี้ร่วมไม่ได้
3. ผู้รับอาวัลเมื่อเกิดความรับผิด ต้องรับผิดต่อผู้ทรงโดยชอบด้วยกฎหมายซึ่งรับตั๋วมาด้วยความสุจริต
ส่วนในสัญญาค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดต่อเจ้าหนี้เพียงผู้เดียว
Comments
Post a Comment